2010/Apr/23

นี่คือบทความจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งโปรดวิจารณญาณในการอ่าน

     นายสุจินทร์ พิมเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ในฐานะอาจารย์ผู้ปลุกปั้นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าสู่วงการนักพูดเมื่อครั้งเป็นนักเรียนมัธยมในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช กล่าวถึงศิษย์ในบทบาทของการเป็นแกนนำ นปช.ในวันนี้ว่า ถ้าพูดในฐานะที่นายณัฐิวุฒิเป็นลูกศิษย์นั้นมาถึงเวลานี้จะให้ไปพูดตักเตือนนั้นมันพูดไม่ถูกแล้ว มันเกินจะมีใครไปให้สติเขาได้แล้ว เชื่อว่าที่มาถึงวันนี้เพราะเงินตัวเดียวเท่านั้นที่ผ่านมากล้ายืนยันว่านายณัฐวุฒิไม่ได้เป็นคนก้าวร้าวเลย

   "เคยพูดกับอาจารย์คนหนึ่งที่เคยสอนเขาเช่นกัน และเคยพูดกับเขา เขาบอกว่า "อาจารย์เคยเห็นเงินร้อยล้านหรือเปล่า เงินร้อยล้านผมเคยเห็นและจับต้องได้ ผมเคยจับต้อง" เมื่อเขาพูดเช่นนี้อาจารย์คนนั้นก็หมดคำพูดที่จะพูดต่อไปแล้ว สิ่งที่เขาพูดเขาทำนั้นคนเฒ่าคนแก่ทุกคนใช่ว่าท่านเหล่านั้นจะทำถูกทั้งหมด คนทุกคนต้องมีผิดบ้าง แต่ต้องดูถึงคุณูปการมากมายแค่ไหนแต่ผมก็ยังดีใจอยู่เหมือนกันที่ลูกศิษย์พูดจากล่อมให้คนอีสานไปเชื่อเขาได้แล้วทำไมคนบ้านเกิดตัวเองจึงไม่เชื่อเขาแบบคนอีสานมันก็น่าคึดอยู่"

    อาจารย์ผู้สอนผู้ปลุกปั้นนายณัฐิวุฒิท่านนี้ยังกล่าวต่อว่า ในส่วนของ พ.ต.ท ทักษิน ไม่ใช่คนดี ความดีก็มีมาก สิ่งที่สร้างคุณูปการก็มี แต่สิ่งที่ไม่ดีเมื่อนำมาบวกลบคูณหารแล้วนั้นความชั่วมีมากกว่าความดี จริงๆนั้นตนชอบในการคึดเร็วทำเร็ว แต่หลายๆอย่างแฝงไปด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม

   "สำหรับศิษย์คนนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปนั้นเผื่อว่าคำฝากนี้จะลอยไปแล้วอาจมีผลก็ได้ หรือไม่มีผลก็ได้ว่า ณัฐิวุฒิหยุดเถอะลูก หากในหัวคึดยังมีอยู่ให้คึดอะไรก็ได้ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง เลิกเสียเถอะบทบาทในวันนี้ แล้วหนีไปให้ไกล ทุกวันนี้เมื่อครูเห็นณัฐวุฒิแถลงข่าวแล้ว ขอโทษเถอะครูแทบจะเอาเท้าปิดทีวี" อ.สุจินทร์ กล่าว